กล่องไดคัทหูช้าง (Die-cut)

Last updated: Mar 17, 2019  |  957 จำนวนผู้เข้าชม  |  blog

กล่องไดคัทหูช้าง (Die-cut)

กล่องกระดาษลูกฟูก ประเภทกล่องไดคัทหูช้าง (Die-cut)
 


กล่องกระดาษลูกฟูกแบบกล่องไดคัทหูช้าง die-cut เป็นกล่องไดคัทแบบนึงที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เนื่องจากตัวเเบบที่เรียบง่าย เเละสามารถพิมพ์ข้อความลงบนด้านบนของกล่องกระดาษได้เลย อีกทั้งตัวกล่องยังไม่ต้องแปะกาวหรือเย็บลวดด้านข้างเหมือนกล่องฝนชนทั่วไป ทำให้ทรงกล่องไดคัทหูช้างจึงสวยงามเเละง่ายต่อการขึ้นรูป

กลุ่มที่นิยมใช้กล่องไดคัทหูช้าง จะเป็นกลุ่มสินค้าขนาดเล็ก ที่ความสูงไม่สูงมากนัก อาทิ เสื้อผ้า กางเกางยีน, อุปกรณ์เครื่องเขียนหรืองาน DIY, กลุ่มอาหารเสริม, กลุ่ม SMEs ที่จำหน่ายสินค้าขนาดเล็ก, เเละกลุ่มขายของออนไลน์ทั่วไปที่จัดส่งสินค้าในปริมาณไม่มาก



งานพิมพ์กล่องกระดาษลูกฟูกแบบกล่องไดคัทหูช้าง จะมีทั้งหมด 3 แบบคือ

  • งานพิมพ์ระบบ Flexo printing
  • งานพิมพ์ระบบ Digital printing
  • งานพิมพ์ระบบ ออฟเซ็ทปะกบลูกฟูก

 

 

งานพิมพ์ระบบ Flexo Printing

ข้อดี

1. ดัวสีมีความสดใหม่ (ใช้สีน้ำในการผลิต)

2. ต้นทุนสีถูกสุดเมื่อเทียบกับทั้ง 3 แบบ (ราคาสูงกว่ากล่องไม่พิมพ์ 1-2 บาท)

3. ระยะเวลาการผลิตรวดเร็วกว่า (ประมาณ 10-15 วันทำการ)

4. ไม่มีกลิ่น

5. ตัวสีกันน้ำได้

 


ข้อเสีย

1. จำกัดได้สูงสุด 2 สี  

2. มีค่าความคลาดเคลื่อน +,- 2 mm.

3. มีต้นทุนค่าบล๊อคงานพิมพ์ (ชำระครั้งเเรกครั้งเดียว)

 

โดยส่วนใหญ่เเล้ว งานพิมพ์ระบบ flexo printing จะเป็นระบบที่คนนิยมมากที่สุด เนื่องจากต้นทุนกล่องกระดาษไดคัทเมื่อเฉลี่ยเเล้วจะถูกสุดในบรรดางานพิมพ์ทั้ง 3 กลุ่ม เเต่เนื่องจากงานพิมพ์ flexo จำเป็นต้องทำบล๊อคงานพิมพ์ จำนวนขั้นต่ำจึงสูงกว่างานพิมพ์ระบบ digital จึงเหมาะกับลูกค้าที่มีออเดอร์ประจำอยู่เเล้ว



งานพิมพ์ระบบ Digital printing


ข้อดี

1. สามารถพิมพ์สีได้ไม่จำกัด ตอบสนองข้อจำกัดด้านงานพิมพ์ได้ดีกว่า

2. สามารถพิมพ์สีเเบบไล่โทนสีได้ จากอ่อนไปเข้ม

3. ความละเอียดของสี มีความละเอียดประมาณ 600x600 dpi สูงกว่าระบบ flexo

4. สามารถพิมพ์ barcode เเละ QR code ได้

5. ไม่มีกลิ่น ไม่เปื้อนมือ

6. ตัวสีกันน้ำได้ 

7. ค่าความคลาดเคลื่อน +,- 1 mm. น้อยกว่า flexo printing

8. ไม่เสียค่าบล๊อคงานพิมพ์

9. เหมาะกับงานพิมพ์ที่จำนวนน้อย เเละยังมีออเดอร์ที่ไม่เเน่นอน
 

ข้อเสีย

1. ต้นทุนสูงกว่าระบบ flexo printing โดยเฉลี่ยประมาณ 2-4 บาทต่อแบบงาน

2. สีมีความด้านกว่า เหมาะสำหรับงานพิมพ์เน้นลวดลาย ไม่เน้นความสดของสี

3. ระยะเวลาผลิตประมาณ 12-15 วันทำการ นานกว่าปรกติ 2-3 วันทำการ

 

งานไดคัทหูช้างกลุ่มงานพิมพ์ระบบ digital printing (ดิจิตอล ปริ๊นติ้ง) ข้อดีหลักๆของกลุ่มนี้คือสามารถพิมพ์สีได้ไม่จำกัด เเละยังสามารถผลิตในปริมาณน้อยได้ เนื่องจากงานพิมพ์ระบบ digital printing ไม่ต้องทำบล๊อคงานพิมพ์ จึงมีต้นทุนที่ถูกกว่า เหมาะสำหรับ SMEs เจ้าใหม่ที่อยู่ในช่วงเริ่มขายสินค้าเเละบริการ เเละยังมีออเดอร์ที่ไม่เเน่นอน

 

 

 

งานพิมพ์ระบบ ออฟเซ็ทปะกบลูกฟูก

ข้อดี

1. สามารถพิมพ์สีได้ไม่จำกัด ตอบสนองข้อจำกัดด้านงานพิมพ์ได้ดีกว่า

2. สามารถพิมพ์สีเเบบไล่โทนสีได้ จากอ่อนไปเข้ม

3. ความละเอียดของสี มีความละเอียดสูงมาก ประมาณ 2400x2400 dpi สูงกว่าระบบ flexo เเละ digital printing

4. สามารถพิมพ์ barcode เเละ QR code ได้

5. ไม่มีกลิ่น ไม่เปื้อนมือ

6. ตัวสีกันน้ำได้ 

7. ค่าความคลาดเคลื่อน +,- 0.5 mm. น้อยกว่า flexo printing เเละ digital printing

8. ไม่เสียค่าบล๊อคงานพิมพ์

9. ตัวกระดาษมีความเงา สีมีความสดเเละคมชัด

 

ข้อเสีย

1. ต้นทุนสูงกว่าระบบ digital printing มาก โดยราคาขึ้นอยู่กับแบบงานเเละไซต์

2. มี MOQ จำนวนขั้นต่ำที่ 1000 ชุดขึ้นไป

3. ระยะเวลาผลิตนานกว่าปรกติ ประมาณ 20-30 วันทำการ 

4. ไม่เหมาะสำหรับสินค้าที่มีกำไรต่อหน่วยน้อย ส่วนใหญ่งานพิมพ์ระดับออฟเซ็ทปะกบลูกฟูกจะเน้นไปกลุ่มที่สินค้ามีกำไรสูง อาทิ TV, อุปกรณ์ digital ต่างๆ เเละสินค้ากลุ่ม premium 

 

งานไดคัทหูช้างกลุ่มนี้จะเหมาะกับสินค้าที่มีราคาหลายร้อยจนถึงหลักพันขึ้นไป เนื่องจากตัวกล่องมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง อีกทั้งวิธีการผลิตจะค่อนข้างนานเนื่องจากผลิตหลายกระบวนการ ตัวงานพิมพ์ระบบออฟเซ็ทปะกบลูกฟูก เมื่อผลิตเสร็จเเล้วจะมีความต่างกับเเบบ flexo เเละ digital printing เนื่องจากกระดาษจะดูเงาๆ เเละเอกลักษณ์ของกล่องกระดาษจะลงน้อยลง เเต่จะไปเน้นด้านงานดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เเละความสวยงามเเทน


 

แบบงานพิมพ์ flexo printing, digital printing, ออฟเซ็ทปะกบลูกฟูก (ไล่จากล่างขึ้นบน)

 

 

 

ตัวอย่างงานไดคัทหูช้าง แบบกางออก

 

 

 

 

 สอบถามข้อมูลคลิ๊ก  

 

Powered by MakeWebEasy.com